ปฎิทินกิจกรรม

การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นอกสถานที่ ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ยังคงเดินหน้าพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงพิจารณาอยู่ในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 48/1 ที่ค้างการพิจารณามาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เผย ที่ประชุมยังคงเดิมหมวด 2 พระมหากษัตริย์ โดยไม่มีการแก้ไข

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ว่าร่างบทบัญญัติรายมาตราตั้งแต่บทที่ 1 บททั่วไป ยังมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในส่วนของถ้อยคำ หรือข้อความที่บกพร่อง ส่วนมาตรา 4 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 ที่ไม่ได้มีการรับรองสิทธิสำคัญ โดยเฉพาะศักดิ์ของความเป็นมนุษย์ กรธ.ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการตัดสิทธิการคุ้มครองเหล่านั้นออก แต่มาตราดังกล่าวอยู่ในหมวดทั่วไปจึงต้องเขียนให้ครอบคลุมสิทธิทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ส่วนเนื้อหาสาระได้บัญญัติอย่างละเอียดในมาตรา 25 -27 พร้อมยืนยัน กรธ.ยังคงให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์แก่ประชาชนอย่างครบถ้วน

ขณะที่ มาตรา 7 เดิมตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และ ปี 2550 ที่ก่อนหน้านี้สื่อมวลชนได้ระบุว่า กรธ.ได้โอนอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญ นายอุดม กล่าวว่า กรธ.มองว่าการบัญญัติมาตรา7 ไว้ในหมวดทั่วไปถือว่าเป็นปัญหาทางเทคนิค เนื่องจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญมักมีการอ้างอิงมาตราดังกล่าวในการเรื่องต่างๆ และมีปัญหาในการตีความ ซึ่งรวมถึงองค์กรทางการเมือง ดังนั้น กรธ.จึงเห็นว่าจะนำมาตรา 7 ไปบัญญัติไว้ในการพิจารณากฎหมาย ในหมวดศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมยืนยันไม่ใช่การโอนอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการตัดปัญหาการนำไปใช้อ้างอิงทางการเมือง

โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรา 48/1 หรือ มาตรา 68 เดิมในรัฐธรรมนูญปี 2550 กรธ.ยังคงเห็นว่ามีความจำเป็น เกี่ยวกับการล้มล้างการปกครองด้วยวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ และเมื่อมีบุคคลทราบการกระทำดังกล่าวสามารถยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งเลิกการกระทำการดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีอัยการสูงสุดไม่ดำเนินการในเวลาอันควร ผู้ทราบการดังกล่าวจะร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้และศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับก็ได้ อย่างไรก็ตาม กรธ.ได้กำหนดให้การยื่นร้องต้องผ่านอัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดต้องพิจารณาดำเนินการภายใน 30 วัน กรณีที่อัยการไม่ดำเนินการตามที่มีผู้ร้อง กรธ.เห็นว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ถือเป็นการเขียนให้ชัดเจนขึ้น ส่วนการพิจารณาตัดบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคการเมืองในมาตรา 68 เดิมนั้น เนื่องจาก กรธ.ต้องการให้มาตรานี้เป็นเรื่องของการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณา กรธ.จึงจะนำไปบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องพรรคการเมือง

ทั้งนี้ การประชุมตลอดทั้งวันในวันนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าฟังการพิจารณา เพราะยังมีหลายประเด็นที่ยังหารือไม่จบ และเพื่อให้กรรมการได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ พร้อมจะมีการแถลงข่าวให้ทราบเช่นเดิม