ปฎิทินกิจกรรม

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาร่างรายมาตราในการประชุมนอกสถานที่ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ได้ข้อสรุปหมวด 6 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐแล้ว กำหนดมาตรา 72 รัฐต้องกำหนดกลไกช่วยเกษตรกร ขณะที่ประชุมพิจารณาต่อหมวด 7 ว่าด้วยรัฐสภา เบื้องต้นยึดตามหลักการเดิมใช้ระบบเลือกตั้ง ส.ส. แบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พร้อมวาง 17 ข้อห้ามผู้ลงสมัคร ส.ส.

กรธ. พิจารณาหมวด 6 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเสร็จสิ้นแล้ว ขณะกำลังพิจารณาหมวด 7 รัฐสภา วาง 17 ข้อห้ามผู้ลงสมัคร ส.ส.

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยผลการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสรุปรายมาตราต่อเนื่องเป็นวันที่สามว่า เมื่อวานนี้(12 ม.ค. 59) ที่ประชุมได้พิจารณาหมวด 6 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งมีจำนวน 12 มาตรา ครบถ้วนแล้ว อาทิ กำหนดให้รัฐพึงปลูกฝังให้ประชาชนยึดมั่นในเกียรติภูมิ อุดมการณ์และผลประโยชน์ของชาติมีจิตสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบต่อประเทศและสังคมส่วนรวม รัฐพึงอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ ขณะที่มาตรา 71 เรื่องการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่หรือวงโคจร ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ ซึ่ง กรธ. เห็นว่าคลื่นความถี่ถือเป็นสมบัติของรัฐ ดังนั้น ในการจัดสรรคลื่นความถี่จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน และของชาติเป็นสำคัญ โดยมอบหมายให้องค์กรที่เป็นอิสระทำหน้าที่ในการจัดสรร รวมถึงรัฐต้องป้องกันไม่ให้มีการใช้การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ตลอดจนมาตรา 72 ได้กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ทำให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายชาติชาย กล่าวต่อไปว่า กรธ. เห็นว่าปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปทำให้กฎหมายบางอย่างไม่จำเป็น ดังนั้นต้องมีการปรับแก้ไขกฎหมายเพื่อเป็นลดภาระของรัฐ จึงกำหนดมาตรา 77 ให้รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเท่าที่จำเป็น และพึงยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตหรือประกอบอาชีพ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน ส่วนกำหนดระยะเวลาหรือลำดับการแก้ไขกฎหมายนั้น ไม่สามารถกำหนดในรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากอยู่ที่ความสำคัญของกฎหมายแต่ละฉบับ จึงให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะจัดทำแผนพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย แต่อาจมีการกำหนดกฎหมายที่จำเป็นกับการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ในบทเฉพาะกาล

อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้านี้ที่ประชุมอยู่ระหว่างการพิจารณาในหมวด 7 รัฐสภา ซึ่งจะประกอบด้วย ส่วนที่ 1 บททั่วไป ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร ส่วนที่ 3 วุฒิสภา ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง และส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ในเรื่องระบบเลือกตั้ง ส.ส. นั้น กรธ.ยังคงยึดหลักการเดิม คือ กำหนดให้ใช้ระบบเลือกตั้ง ส.ส. แบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว มีจำนวน ส.ส.500 คน แบ่งเป็นแบบแบ่งเขต จำนวน 350 คน และ แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 150 คน ขณะที่คุณสมบัติต้องห้าม ไม่ให้ใช้สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ได้วางคุณสมบัติไว้ 17 ข้อ อาทิ ห้ามบุคคลที่ถูกหรือเคยถูกสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ห้ามผู้เคยต้องคำพิพากษากระทำการเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม ห้ามผู้อยู่ในระหว่างห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง