ปฎิทินกิจกรรม

กรธ.ประชุมนอกสถานที่ วันที่ 5 เริ่มพิจารณาหมวด 9 องค์กรอิสระ ด้านประธาน กรธ. แจงเหตุห้ามเครือญาตินักการเมืองเป็น ส.ว. เพราะต้องการให้ ส.ว. มีอิสระอย่างแท้จริง

กรธ. ประชุมนอกสถานที่ วันที่ 5 เริ่มพิจารณาหมวดองค์กรอิสระ

การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. นอกสถานที่ ที่โรงแรมดิ อิมพีเรียล เลค วิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี วันที่ 4 ที่ประชุมยังคงเดินหน้าพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ในหมวด 7 รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร

การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. นอกสถานที่ ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เข้าสู่วันที่ 5 แล้ว ซึ่งในช่วงเช้า ที่ประชุมได้พิจารณาในหมวด 9 องค์กรอิสระ ที่ประกอบด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่ ที่มาและวาระการดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะ กกต. ที่ จะบัญญัติให้มีจำนวน 7 คน จากเดิมที่มี 5 คน

สำหรับ หมวด 8 คณะรัฐมนตรี กรธ.ก็ได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ให้มีคณะรัฐมนตรี 35 คน เหมือนรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีต้องได้รับการเสนอชื่อมาจากพรรคการเมืองที่มี ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ ส.ส.ทั้งหมด ส่วนคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรี จะเข้มกว่า ส.ส. โดยต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย การศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และมีความประพฤติ ดี มีคุณธรรม ไม่เป็นผู้มีอิทธิพล ขณะที่มานายกรัฐมนตรี ยังคงเปิดช่องให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่ เป็น ส.ส. หรือไม่เป็น ส.ส. ก็ได้ โดยกำหนดให้เสนอได้พรรคละ 3 รายชื่อ แต่ถ้าพรรคการเมืองเสนอชื่อซ้ำกัน ให้ถือว่าชื่อนั้นโมฆะ

ทั้งนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันก่อนการประชุมถึงกรณีที่ กรธ. ห้ามไม่ให้บุพการี คู่สมรส บุตร ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และกรรมการองค์กรอิสระ สมัคร ส.ว. ว่า หากบุคคลในครอบครัวได้รับเลือกตั้งจะทำให้ส.ว.คนนั้นขาดคุณสมบัติ เข้าลักษณะต้องห้าม และพ้นจากการเป็น ส.ว.ทันที พร้อมย้ำว่า ที่บัญญัติคุณสมบัติของ ส.ว.ไว้ในลักษณะดังกล่าว เพราะต้องการให้ปราศการการอยู่ใต้อานัดนักการเมือง หรือ พรรคการเมือง แต่หากมีปัญหาโต้แย้งเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งเป็นไปตามหลักการเดิมตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา ย้ำไม่ได้เป็นการเพิ่มอำนาจให้รัฐธรรมนูญ